ผู้เขียน หัวข้อ: กระทู้อาสนะเครื่องถวายสังฆทาน  (อ่าน 263 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ฝากประกาศ

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 180
  • ความดี: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
กระทู้อาสนะเครื่องถวายสังฆทาน
« เมื่อ: มีนาคม 14, 2013, 04:11:48 pm »
อาสนะ
กระทู้อาสนะเครื่องถวายสังฆทาน สวัสดีผู้ที่เข้ามาอ่านครับทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยือนและอ่านบทความที่เป็นประโยชน์ของเว็บโฮมเพจเราและเพื่อนรับวิชาชีพครับ วันนี้ส่วนตัวดิฉันจะมานเสนอเกี่ยวกับอาสนะของนักบวชครับ ผู้เขียนเชื่อว่าพุทธศาสนิกชนทุกท่านในที่นี้นั้นได้เคยเห็นอาสนะมาบ้างแล้วจากงานที่เหมาะสมกับตัวเองบุญและการเชิญพระสงฆ์ไปประกอบพิธีกรรมต่างๆครับ ซึ่งส่วนตัวฉันอยากบอกทุกท่านครับว่าการทำบุญด้วยการถวายอาสนะนี้ได้บุญกุศลอย่างใหญ่หลวงครับ เพราะเป็นเครื่องไทยธรรมที่มีความสำคัญ (Importance) อย่างยิ่งในการผนวกกิจของสงฆ์รวมไปถึงการเผยแผ่พุทธศาสนา อานิสงส์ถวายอัฐบริขาร ผู้ใดได้ถวายอัฏฐะบริขาร จะอุดมไปด้วยทรัพย์ พานพบที่สิ่งที่เป็นมงคล นำมาซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ พละ และความเจริญทั้งปวงถวายอาสนะ, ที่นอน, หมอน, มุ้ง จะได้ไปเกิดในแบบเดียวกับขัตติยมหาศาลบริบูรณ์ ได้ทรัพย์สัมบัติ (Wealth) และบริวารที่ดีเป็นอันมาก อีกทั้งยังถือเป็นการต่ออายุให้บิดา มารดา ถวายผ้าอาบน้ำฝน ผ้านุ่งห่มต่างๆ ได้ผลบุญตอบแทนทันทีในทุกวันนี้จากแรงอธิษฐาน นำมาซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ พละ และความเจริญทั้งปวง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จะเป็นผู้มีผิวพรรณ งดงาม สุ้มเสียงไพเราและผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บะ มีลาภยศ และบริวารแวดล้อมถึงซึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นการสะสมปัจจัยทั้งหมดอันยิ่งใหญ่ เพื่อเดินทางสู่ภพต่อไป เมื่อดับชีพวายชนม์ ก็ไปเกิดบนสรวงสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติสืบไป เรื่องเล่าอานิสงส์ในสมัยพุทธกาลในกาลครั้งหนึ่ง องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อพระองค์เสด็จอาศัยกรุงสาวัตถี อันเป็นที่โคจรบิณฑบาต เสด็จประทับอยู่ในบุพพารามวิหาร ณ ป่าเชตวัน มีมหาเศรษฐีผู้หนึ่งอยู่ในบ้านสถาน ชื่อว่า หะโตสะเศรษฐีปลูกโรงมณฑปไว้หน้าเรือนของตน และทำสร้างแปลงอัฏฐะบริหาร (Management) 8 ประการเป็นต้นว่า ผ้าจีวร สบง สังฆาฏิ บาตรและผ้ากรองน้ำ คิลานเภสัช และขวานสิ่ว เสื่อสาดอาสนะ ครบเครื่องอัฏฐะ แล้วทำการมหรสพอันยิ่งใหญ่ประจบครบ ๗ วัน แล้วจึงนำกองอัฏฐะ เข้าไปสู่ป่าเชตวัน ณ บุพพรามวิหารอันเป็นที่ประทับแห่งองค์สมเด็จพระพุทธเจ้า ถวายบิณฑบาต และอัฏฐะ แก่พระพุทธองค์กับทั้งพระภิกษุสงฆ์ 500 รูป เสร็จจากการภัตตากิจแล้ว ก็กราบทูลถามถึงองค์ผู้เจริญ อันบุคคลที่มีจิตความเชื่อ ประสันนาการ มาสร้างอัฏฐะ บริขาร 8 ประการให้เป็นทาน จะได้อานิสงส์ เช่นใดพระเจ้าข้า องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสเทศนาว่า ดูกรเศรษฐีบุคคลใด ที่มีหัวใจศรัทธา (Faithful) เลื่อมใส มาก่อสร้าง (Structure) บริการที่มีประสิทธิภาพ 8 ประการ ถวายเป็นทานก็จะได้อานิสงส์ 36 กัล์ป บุคคลผู้นั้นจะไม่ไปสู่อบายภูมิได้ 100 ชาติ จะได้เสวยสมบัติในชั้นสวรรค์ภายหลัง จะได้พระนิพพานสมบัติ อันสิ้นภพ สิ้นชาติสิ้นทุกข์สิ้นภัย ไม่เวียนว่ายตายเกิด ในวัฏฏสงสาร การถวายทานด้วยอาสนะและเครื่องอัฏฐะบริขารนี้ เป็นเยี่ยงอย่างประเพณีไทยอันดีงาม แห่งพระบรมโพธิสัตว์สืบๆ กันมา พระพุทธองค์จึงนำอดีตที่ผ่านมานิทานมาเทศนาว่า ดูกรเศรษฐีในเมื่อก่อนกาลล่วงมาแล้ว ในครั้งพระบรมโพธิสัตว์ บำเพ็ญพระบารมีบริบูรณ์ ได้ตรัสรู้ปรมาภิเษกสัมโพธิญาณ ทรงพระนามว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระมหากรุณาโปรดเวไนยบรรพสัตว์ ให้ตั้งอยู่ในทางสวรรค์และทางนิพพาน ครั้งนั้นยังมีบุรุษเข็ญหัวใจ เลี้ยงชีวิตด้วยความลำบากไปเที่ยว เก็บผักหักฟืน มาขายเลี้ยงชีวิต (Life) อยู่มาวันหนึ่งไปเห็นพระปัจเจกโพธิองค์หนึ่ง อยู่ในป่า ก็มีจิตศรัทธา (Faithful) เลื่อมใส ในพระปัจเจกโพธิ เข้าไปถวายอภิวาท แล้วแบกเอามัดฟืน และผักกับมาจัดจำหน่ายได้เงินพอสมควร แล้วจึงนำไป Purchase ผ้าแพรมาทำเป็นผ้าสบง จีวรสังฆาฏิบาตรครบเครื่องอัฎฐะ แล้วจึงนำเข้าไปถวายแก่ พระปัจเจกโพธิเจ้า แล้วจึงตั้งปฏิธานด้วยเดชะบุญแห่งข้าพเจ้าได้ทำทานในครั้งนี้ ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากความเข็ญใจได้ยาก เหมือนดั่งชาตินี้ และเมื่อข้าพเจ้าได้ไปท่องเที่ยว อยู่ในวัฏฏสงสารตราบใด ขอให้ข้าพเจ้า บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติที่มีมูลค่าจากการถวายอาสนะและอัฐบริขารเหล่านี้ ให้ได้แบ่งตามหมวดหมู่แจกทานแก่ท่านผู้มีศีล และคนยาจกวณิพกคนขอทุกทั่วหน้า และขอให้ข้าพเจ้า ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมโพธิญาณ ครั้นปรารถนาแล้วก็กลับไปสู่บ้านเรือนของตนขวนขวายหาเลี้ยงมารดา ตราบเท่าสิ้นอายุ ก็ไปบังเกิดสวรรค์ชั้นดุสิต มีวิมานทองสูง 28 โยชน์ มีนางฟ้าเทพอัปสร 500 เป็นบริวาร ครั้นจุติจากตุสิตพิภพแล้ว มาถือกำเนิดในตระกูล สากยะเสตะราชกรุงสาวัตถี บริบูรณ์ด้วย โภคสมบัติ ครั้นเจริญวัยขึ้นก็ได้เสวยราชสมบัติแทนบิดา ทรงพระนามว่าสมเด็จพระยาปัสเสนทิโกศล ในกาลบัดนี้ ครั้นจบพระธรรมเทศนาแล้ว หะโตสะเศรษฐีได้ทูลลาไปสู่เรือนของตน ครั้นเมื่อสิ้นอายุขัยแล้วก็ไปบังเกิดในดุสิต เสวยทิพย์สมบัติ มีวิมานทองสูง 20 โยชน์ มีเทพอัปสร 3 หมื่น เป็นบริวาร จากสิ่งที่กระผมได้ภูมิใจนำเสนอให้กับนักอ่านได้ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับหลักธรรมระเบียบสอนและการสร้างบุญกุศลด้วยการถวายเครื่องไทยธรรมนั้นเป็นสิ่งที่จะช่วย Promote ให้พุทธศา Field ีการอนุรักษ์และสืบทอดสืบต่อไปครับ และหากท่านเป็นชาวพุทธและมีความประสงค์ที่จะซื้ออาสนะเพื่อไปถวายพระสงฆ์ในการนำไปผนวกกิจของสงฆ์นั้น ทุกคนสามารถสั่งจัดซื้อ (Purchase) ผ่านทางผู้ประกอบการร้านค้า Online ตามบล็อกที่ผู้โพสต์ได้ให้คำแนะนำ Reader ทุกๆ ท่านครับ เราและทีมงานทุกคน (Everybody) ต่างเข้าใจดีและเข้าใจ (Understand) อย่างแจ่มแจ้งว่าศาสนาประจำชาติไทยนั้นก็คือ ศาสนาพุทธ เราและผู้อ่านทุกคนทุกท่านในที่นี้ควรหันมาช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญเจริญรุ่งเรืองให้คนหมู่มากน่าอยู่และ Peaceful สุขตามวิถีแห่งพุทธศาสนาที่สอนให้คนทั่วไปเป็นพลเมืองดีมีความประสงค์ที่จะอ่านบทความอาสนะเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องอาสนะหากเห็นว่าเป็นประโยชน์ฝากบอกต่อคลิกเข้าไปดูรายละเอียดที่นี่

อ้างอิงจาก: อาสนะ
กลุ่มคำ: หมอนอิง
อ้างจาก: อาสนะ
กระทู้อาสนะเครื่องถวายสังฆทาน
หมวดหมู่: หมอนอิง
ผู้ประกาศ: ppasana
หน้าแรก: http://www.weloveshopping.com/template/a37/shop.php?shopid=187016
ดูเนื้อหาเพิ่มเติม: http://www.weloveshopping.com/template/a37/s_product.php?shopid=187016&groupproduct=all
ติดต่อ: http://www.weloveshopping.com/template/a37/s_contactus.php?shopid=187016

Tags: